โรงเรียนวัดนาขุนแสน (แกละประชานุกูล)

หมู่ที่ 4 บ้านบ้านนาขุนแสน ตำบล สวนผึ้ง อำเภอ สวนผึ้ง จังหวัด ราชบุรี 70180

Mon - Fri: 9:00 - 17:30

032 240189

หมู่บ้านผีปอบ

หมู่บ้านผีปอบ

หมู่บ้านผีปอบ

หมู่บ้านผีปอบ เรามีโอกาสได้ไปทำข่าวเกี่ยวกับผีปอบเมื่อประมาณ 4 ปีที่แล้ว มีข่าวออกมาหนาหูมากว่าที่จังหวัดศรีสะเกษมีหมู่บ้านผีปอบ ตอนนั้นเราแอบกลัวอยู่นะคะเพราะว่าข่าวที่ออกมาบอกว่าในหมู่บ้านนี้เป็นหมู่บ้านที่รวมชาวบ้านจากหลากหลายหมู่บ้านเอาไว้

คือใครก็ตามที่เป็นผีปอบจะออกจากหมู่บ้านของตัวเองแล้วมาอยู่ที่หมู่บ้านแห่งนี้ เราใช้เวลาหาข้อมูลอยู่เป็นเดือนจนได้แหล่งข่าวคนหนึ่งเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยในจังหวัดศรีสะเกษ อาจารย์ท่านนี้ทำวิจัยต่างต่างเกี่ยวกับผีปอบมากมาย เพราะท่านคิดว่าผีปอบจะมีจริงเหรอน่าจะต้องมีหลักฐานอะไรที่ชัดเจนเป็น รูปธรรม มากกว่านี้

ในข้อมูลวิจัยของท่านบอกว่าเรื่องปอบเป็นความเชื่อที่ชาวบ้านทางแถบภาคอีสานเชื่อกันมานานนม แบบที่ฝังรากหยั่งลึกมาตลอด ใครคนไหนในหมู่บ้านมีอาการเปลี่ยนไปก็มักจะโดนกล่าวหาว่าเป็นผีปอบ แต่ในความเป็นจริงไม่ได้มีใครยืนยันถึงเรื่องราวได้แน่ชัดว่าผีปอบคืออะไร เกิดขึ้นได้ยังไง

ชาวบ้านกลุ่มที่อาจารย์ท่านนี้ได้รวบรวมข้อมูลมากลายเป็นว่าบางคนป่วยเลยทำให้ไม่ได้ออกไปจากบ้าน พอชาวบ้านคนอื่นอื่นสังเกตเห็นก็ไปลือไปเล่ากันว่าชาวบ้านคนนั้นเป็นผีปอบเลยไม่ออกมาพบเจอคนอื่น หรือบางครั้งการที่เป็นคนมีอุปนิสัยที่ไม่ชอบสุงสิงกับใคร

พอในระยะหนึ่งก็จะมีคนมาตั้งข้อสงสัยว่าคนคนนั้นอาจจะเป็นผีปอบเพราะลักษณะนิสัยที่ไม่เหมือนคนอื่น สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องราวข้อมูลที่อาจารย์ท่านนี้ได้รวบรวมเอาไว้ จริงจริงแล้วยังมีข้อมูลอีกหลากหลายแต่เราเองต้องเข้าไปสัมภาษณ์อาจารย์ท่านนี้ด้วยตัวเองอยู่แล้วเลยไม่ได้จดจำรายละเอียดทั้งหมด

พอถึงเวลาเราทำการนัดแนะอาจารย์ท่านนี้ซึ่งท่านบอกว่าให้เราไปเจอที่มหาวิทยาลัยที่ท่านสอนอยู่ได้เลยแล้วจะได้มาสัมภาษณ์กัน วันที่เราไปเป็นวันที่มีงานอะไรสักอย่างของมหาวิทยาลัย มีการจัดการแสดงจากเด็กเด็กหลายชุดมากมาก เราเองตอนนั้นพอไปถึงเราไม่สามารถติดต่ออาจารย์ได้โทรศัพท์ไปหาบางครั้งติดแต่อาจารย์ไม่รับสาย

บางครั้งก็โทรศัพท์ไม่ติดเลยอาจจะเพราะไม่มีสัญญาณ เราไปถึงตั้งแต่ช่วงเช้าไปกับพี่ช่างภาพและน้าที่เป็นผู้ช่วยช่างภาพเรียกว่าเดินทางไกลตีรถไปจากกรุงเทพฯ ยิงตรงยาวไปที่มหาวิทยาลัยนี้ก่อนเลย เราพยายามติดต่ออาจารย์ให้ได้แต่ด้วยเหตุผลอะไรตอนนั้นเราไม่รู้จริงจริง ถามคนที่มหาวิทยาลัยก็บอกไม่มีใครเห็นอาจารย์เลย เรารอจนบ่ายอาจารย์โทรกลับมาหาเราและบอกว่าวันนี้ยังไม่สะดวกให้มาใหม่วันพรุ่งนี้ ตอนนั้นรู้สึกแย่มากและไม่เข้าใจ แต่เราพยายามคิดว่าอาจารย์แกคงมีเหตุผลบางอย่างที่ไม่สามารถบอกเราได้

พอไม่สามารถสัมภาษณ์อาจารย์ได้เราเลยมุ่งหน้าตรงไปที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งในจังหวัดศรีสะเกษที่ว่ากันว่าเป็นหมู่บ้านผีปอบ ไม่ว่าใครคนไหนที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผีปอบแล้วถูกขับไล่ออกจากหมู่บ้านของตน ก็จะมาอยู่ที่หมู่บ้านนี้กันเราได้ข้อมูลมาจากวิจัยของอาจารย์ที่เราไปหามาเมื่อเช้า เราเลยติดต่อผู้ใหญ่บ้านของหมู่บ้านนี้ไว้

ตอนเราไปถึงทางเข้าหมู่บ้านก็ดูเหมือนหมู่บ้านทั่วทั่วไปแค่ทางเข้าดูลึกและยังเป็นดินแดงๆ มีต้นไม้ค่อนข้างเยอะเลยค่ะ ตอนเราเข้าไปก็เป็นช่วงบ่ายสามกว่ากว่าแล้ว แถมวันนั้นดูฟ้าจะครึ้มๆอีกต่างหาก บรรยากาศตอนนั้นน่ากลัวชวนหลอนมากค่ะ มีเคล็ดลับที่เราหามาคือถ้าจะป้องกันผีปอบต้องพกใบหนาด

เราก็ไม่รู้จักหรอกว่าหน้าตาใบหนาดเป็นยังไง แต่น้าผู้ช่วยช่างภาพที่เป็นคนขับรถแกบอกเราว่าแกจะพกมาด้วย ซึ่งตอนนั้นเราก็ลืมถามว่าแกเอามามั้ย จนพอเห็นบรรยากาศชวนหลอนน้าผู้ช่วยช่างภาพก็พูดขึ้นมาว่า ไม่ต้องกลัวนะมีใบหนาดอยู่หลังรถ ตอนนั้นจะว่าขำก็ขำนะคะ จะว่าจริงจังก็ใช่ค่ะ

เพราะบรรยากาศมันชวนหลอนจริงจริง เราเข้าไปถึงบ้านผู้ใหญ่บ้านเกือบสี่โมงเย็นเนื่องจากไปรอพบอาจารย์ที่ทำวิจัยแล้วไม่ได้เจอกัน เสียเวลาไปหลายชั่วโมงเลยละค่ะ ผู้ใหญ่มาถึงก็เชิญเราขึ้นบนบ้าน แล้วมีชาวบ้านนั่งอยู่บนบ้านผู้ใหญ่ก่อนแล้วประมาณสี่ห้าคน เป็นผู้หญิงสองคนผู้ชายสามคนรวมผู้ใหญ่แล้ว

เราไปถึงก็รีบสอบถามข้อมูลว่าใครเป็นใครยังไงบ้าง มีน้าผู้ชายคนนึงบอกว่าเขาเพิ่งถูกขับไล่มาจากหมู่บ้านอีกตำบลนึงชาวบ้านที่นั่นหาว่าแกเป็นผีปอบแต่จริงจริงแล้วแกมีปัญหาเรื่องหนี้สินแกก็เลยตั้งหน้าตั้งตาทำงานเพื่อจะได้เงินไปใช้หนี้ ไม่ได้ไปกินดื่มกับเพื่อนในหมู่บ้านแบบเมื่อก่อน แกเป็นแบบนี้มาร่วมสองปี

เมื่อช่วงสี่ห้าเดือนที่แล้วชาวบ้านในหมู่บ้านรวมตัวเพื่อขับไล่แกให้ออกมาจากหมู่บ้านเพราะลือกันว่าแกเป็นปอบ แกเล่าไปก็น้ำตาคลอไปกับสิ่งที่แกเองไม่สมควรได้รับ แกถามเรากลับว่าแค่เพราะไม่ไปกินเหล้าลดการใช้เงินและเอาเวลาไปทำมาหากินหมายความว่าแกเป็นปอบเหรอ แบบนี้ก็แย่สิคนอื่นไม่ได้หาเงินมาเลี้ยงดูแกสักหน่อยแกก็ต้องหาเงินเพื่อเลี้ยงดูตัวเอง

คุณป้าอีกคนที่นั่งข้างข้างกัน พูดกับเราเสียงสั่นว่าตัวแกเองเพิ่งโดนขับไล่ออกมาจากหมู่บ้านที่อยู่มาตั้งแต่เกิดเมื่ออาทิตย์ที่แล้วนี่เอง เพียงเพราะว่าช่วงสามปีที่ผ่านมา แกมีอาการป่วยเป็นไข้บ่อยและอยู่คนเดียวไม่เหลือญาติพี่น้องที่ไหนมีก็แต่ชาวบ้านที่เห็นกันตั้งแต่เกิดแต่อยู่ดีดีกลับถูกผลักไสไล่ส่งให้ออกมาจากหมู่บ้าน

ทั้งที่มีอาการป่วยเดินแทบจะไม่ไหวแกร้องไห้ออกมาตอนที่เราเรื่องแกบอกว่าแกต้องหอบผ้าหอบผ่อนถือของออกมาตัวคนเดียวทั้งที่ขาของแกนั้นเจ็บมากปวดไปหมดแต่ไม่มีชาวบ้านคนไหนเลยที่เข้ามาช่วย ขนาดเพื่อนสนิทของแกเองที่เห็นกันมาตั้งแต่เล็กๆก็ได้แค่ยืนมอง คงไม่อยากเข้ามายุ่งด้วยเพราะยังต้องอยู่ในหมู่บ้านต่อ

คุณป้าเราเรื่องราวให้เราฟังทั้งที่มีน้ำตานองหน้า เราดูแล้วแกคงได้รับความสะเทือนใจมากจริงๆ เรามองไปที่ขาของคุณป้ามันบวมมากๆแกบอกเราว่าแกมีโรคประจำตัวเป็นเบาหวานแล้วเมื่อหลายปีก่อนแกมีแผลที่เท้าหลังจากนั้นเท้าแกก็บวมมากลามมาถึงขา หมอจะให้ตัดขาแต่แกกลัวเลยขอกินยาเอาดีกว่า แกเองเลยเดินเหินไม่ค่อยถนัด

แกเหลือตัวคนเดียวพ่อแม่ญาติพี่น้องก็เสียไปหมดแล้วจริงๆก็คิดว่าคงจะอยู่และตายที่หมู่บ้านนั้นเพราะแกก็เกิดที่นั่นอยู่มาจนอายุขนาดนี้ไม่คิดเลยว่าจะต้องมาตั้งหลักใหม่ไม่อยู่บ้านใหม่แบบพี่ไม่ทันได้ตั้งตัว เราพูดคุยกับชาวบ้านและอีกหลายคนทำให้ได้รู้ว่าชาวบ้านที่มารวมตัวกันที่หมู่บ้านนี้คือโดนขับไล่และถูกกล่าวหาว่าเป็นปอบ

เลยมาตั้งเป็นหมู่บ้านที่เรียกว่าหมู่บ้านผีปอบซึ่งจริงๆแล้วในที่หมู่บ้านนี้ไม่ได้มีใครเป็นปอบ แต่ถูกตัดสินโดยสังคมรอบข้างที่ไม่ได้มีพื้นที่ให้เขาเหล่านี้ได้ออกมาพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองเลย อย่าตัดสินชีวิตของใครโดยที่ไม่มีหลักฐานอะไรอย่าทำแบบนั้นเลยนะคะเพราะมันคือการทำร้ายชีวิตของคนคนหนึ่งอย่างโหดร้าย
เขียนโดย ณิชชกา